“นิชคุณ หรเวชกุล” นักร้องระดับเอเชีย เปิดใจรับเล่นหนังไทยเรื่องแรก “รัก 7 ปี ดี 7หน” กับ “จีทีเอช”

นิชคุณ หรเวชกุล นักร้องไทยที่โด่งดังระดับเอเชีย เปิดใจรับเล่นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก กับค่าย จีทีเอช ในภาพยนตร์ “รัก 7 ปี ดี 7 หน” หนังรัก 3 เรื่อง 3 ผู้กำกับ ในเรื่องเดียวกัน เพื่อฉลอง 7 ปี จีทีเอช เรื่องแรก ชื่อตอนว่า “14” กำกับโดย กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา นำแสดงโดย เก้า-จิรายุ ละอองมณี, ปัน ปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ เรื่องที่สอง ตอน “21/28” กำกับโดย ปิ๊ง-อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม และเรื่องที่สม ตอน “42.195” ซึ่งเป็นการกลับมาอีกครั้งในรอบ 7 ปี ของผู้กำกับมือรางวัล เก้ง-จิระ มะลิกุล นำแสดงโดย นิชคุณ หรเวชกุล, สู่ขวัญ บูลกุล และ โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ

การสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ ได้ ท๊อป-นภัทร โชคจินดาชัย พิธีกรรายการ “PLAY GANG” จากช่อง PLAY CHANNEL รับหน้าที่เป็นตัวแทนสื่อมวลชนในการสัมภาษณ์เปิดใจเรื่องภาพยนตร์ในทุกคำถาม

ท็อป: อยากจะทราบว่าอะไรที่เป็นปัจจัยหลักของนิชคุณที่ตัดสินรับเล่นหนังเรื่องแรกกับ GTH เรื่องรัก 7 ปี ดี 7 หน ครับ
นิชคุณ : ปกติแล้วคุณเป็นแฟนหนังของ GTH อยู่แล้ว ตั้งแต่เรื่อง ชัตเตอร์ เรื่องแรกเลยนะครับ แล้วก็พอดีเขาติดต่อเข้ามาว่าอยากให้ผมไปเล่นหนัง ก็ดีใจมากแล้วเขาก็บอก ว่าพี่เก้ง เป็นคนกำกับหนัง ก็เลยตอบตกลงเลยนะครับ แต่ว่าพอดีมีคิวที่ติดอยู่ที่ทางบริษัทกับทางวง ก็มีแสดงคอนเสิร์ตเล็กน้อยก็เลยช้าหน่อยอ่ะครับ

ท็อป : หลังจากที่ พี่คุณ ตอบรับแล้วเนี่ย ได้บทมาอ่านแล้วชอบเลยหรือป่าว
นิชคุณ : ได้บทมาอ่านแล้วชอบเลยครับ เพราะว่าเป็นหนังที่น่าสนใจมากแล้วก็ไม่ใช่แค่บอกว่าน่ารัก กุ๊กกิ๊กๆธรรมดา แต่เป็นหนังที่ให้ข้อคิดดีๆแล้วก็ คุณ เชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคนได้ และหวังว่าทุกคนจะชอบหนังเรื่องนี้กันครับ

ท็อป : แล้วตัวละครในเรื่องนี้ พี่คุณ คิดว่ามีความเหมือนหรือว่าแตกต่างจากตัวพี่คุณอย่างไรครับ
นิชคุณ : จริงๆแล้วพี่เก้งเขาบอกว่าให้ คุณ แสดงเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด เพราะว่านี้คือหนังเรื่องแรกของผม แล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองแสดงดีหรือไม่ดีขนาดไหน ก็เลยพยายามทำให้เหมือนตัวเองมากที่สุดอ่ะนะครับ แล้วก็พี่เก้งเขาเขียนบทนี้มาเพื่อให้ผม เพื่อให้ คุณ โดยเฉพาะก็เลยเล่นเป็นตัวเองนิดหนึ่ง ก็..น่าจะเหมาะใช่ไหมครับ

ท็อป : ในเรื่องนี้พี่คุณรับบทเป็นนักวิ่งมาราธอนด้วย พี่คุณ ได้อะไรกับการวิ่งมาราธอนแล้วก็รู้สึกอย่างไรบ้างครับ
นิชคุณ : ได้หุ่นที่เพรียว สวยงามขึ้นนะ แล้วก็ได้วิ่งครับ ปกติเป็นคนไม่ชอบวิ่งอยู่แล้ว เพราะคุณผอมอยู่แล้ว แต่พอได้มาเล่นเรื่องนี้แล้วเราต้องวิ่ง ผมได้ไปฝึกวิ่งกับโค้ช ประเสริฐ ที่ทางGTH จัดมาให้ครับ การวิ่งทำให้ผมค้นพบถึงเสน่ห์บางอย่างของการวิ่งได้เลยว่า ทำไมคนเราถึงยอมสละเวลามาวิ่งในระยะทาง 42.195 กิโลเมตรในงานวันวิ่งมาราธอน นอกจากวิ่งเพื่อให้สุขภาพดีแล้ว ยังเป็นกีฬาที่เราสามารถเล่นคนเดียวได้ ได้ค้นพบอะไรบางอย่างจากการวิ่งด้วยครับ

ท็อป : พอพี่คุณได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ คิดว่าหนังมีเสน่ห์มั้ย หลายคนติดใจที่ได้มาสัมผัส
นิชคุณ : การถ่ายหนังก็ มีเสน่ห์นะครับ คิดว่าเป็นอะไรที่ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไป ถ้าสมมติค้นพบตัวเองเจอว่าเราเป็นคนยังไง เราควรจะเล่นบทนี้ยังไงอะไรอย่างนี้ แต่ยังอีกไกลสำหรับผมแต่ก็อยากจะเป็นนักแสดงที่ดีในวันหนึ่ง ก็ถือว่าหนังเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากของผมนะครับ ที่ได้มาเริ่มต้นที่เมืองไทยด้วย และยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ ที่ได้พี่เก้ง พี่สู่ขวัญ มาเป็นผู้ช่วย ผู้ผลักดันให้จุดเริ่มต้นของการแสดงหนังเรื่องแรกของผมผ่านไปด้วยดี ผม ดีใจและเป็นเกียรติมากครับ

ท็อป : ทราบมาว่า เป็นเรื่องแรกที่พี่คุณแสดงอย่างเต็มตัวเลย มีความยากง่ายอย่างไรบ้างครับ
นิชคุณ : ยากครับ ยากมากแล้วก็กดดันมาก เพราะว่าเป็นหนังที่พี่เก้งกำกับด้วยแล้ว คุณก็ไม่อยากทำให้พี่เก้งต้องผิดหวังที่มาเลือกผมให้เป็นตัวพระเอก วันแรกๆ ผมพยายามแสดงให้เต็มที่พยายามแบบเต็มที่มาก จนพี่เก้งบอก “เลิกแสดงได้แล้ว เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด” ก็ใช้เวลาปรับตัวสักพักหนึ่งเหมือนกัน เรารู้สึกว่าการแสดงเป็นอะไรที่มีเสน่ห์แล้วมันน่าสนใจอ่ะครับ อยากแสดงไปเรื่อยๆ

ท็อป : ร่วมงานกับพี่เก้งเป็นอย่างไรบ้าง
นิชคุณ : พี่เก้งเป็นคนใจดีมากเลย เหมือนคุณพ่อมากำกับหนัง รู้สึกสบายใจเวลาทำงานกับพี่เก้งสบายใจเพราะพี่เก้งเป็นคนใจดี ช่วยสอนตลอดเวลา รู้สึกดีที่ได้มาร่วมงานกับพี่เก้งและรู้สึกเป็นเกียรติด้วยครับ

ท๊อป : หนังให้ประสบการณ์อะไรกับพี่คุณมากไปกว่าการแสดงไหม
นิชคุณ : จุดเริ่มต้นของการถ่ายหนังเรื่องนี้ ผมอยากรู้ว่าตัวเองแสดงได้มั้ย ชอบการแสดงหรือเปล่า และหนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า ผมชอบการแสดง แล้วก็อยากเก่งในด้านนี้ด้วย ตอนนี้พยายามฝึกภาษาไทยให้มากขึ้นครับ

ท็อป : อยากให้พูดถึงการทำงานร่วมกับคุณสู่ขวัญแล้วโอปอล์
นิชคุณ : การร่วมงานกับพี่สู่ขวัญ ผมถือว่าโชคดีมาก ตอนแรกที่มาเข้าฉากด้วยกันเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าพี่เขาไม่เคยแสดงมาก่อน พี่ขวัญเป็นมืออาชีพมากในเรื่องการแสดง ตรงต่อเวลาแล้ว เราช่วยส่งบทกันมาก เวลาใครติดขัดตรงไหน เราจะช่วยกัน เป็นพี่ที่น่ารักจริงๆ ส่วนพี่โอปอล์นี่ก็ตามที่เขาบอกนะครับแย่งซีนไปหมดเลย ตลก ขำ สนุก เข้าฉากด้วยกันสนุกมาก ขนาดถ่ายด้วยกันแค่นิดเดียวยังสนุกเลยครับ เสียดายมาก ที่คุยกันนิดเดียว

ท็อป : อยากทราบถึงความประทับใจที่พี่คุณมีต่อหนังเรื่องนี้ รัก 7 ปี ดี 7 หน
นิชคุณ : ประทับใจมากครับ ตั้งแต่อ่านบทแล้ว ยิ่งได้ทำงานกับพี่เก้ง ผู้กำกับที่ผมชื่นชอบ ได้ทำงานกับพี่สู่ขวัญ และหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่หนังรัก กุ๊กกิ๊กธรรมดาๆ ทั่วไป แต่เป็นหนังที่ผมเชือว่า มันจะให้ข้อคิด และแรงบันดาลบางอย่างกับทุกๆ คน แล้วก็ตั้งแต่ได้เจอพี่เก้ง พี่สู่ขวัญนะคับ ก็เป็นหนังที่อยากที่บอกอ่ะคับคือไม่ใช่แค่น่ารัก กุ๊กกิ๊กธรรมดา เป็นหนังที่ให้ข้อคิดและเป็นแรงบันดาลใจกับทุกคนว่าในชีวิตของเราเนี่ยถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่ามันจะตกต่ำ หรือ จะเศร้าขนาดไหน แต่ถ้าสมมติเราเปิดใจรับสิ่งดีๆที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเราเนี่ย ซึ่งมีอยู่ทุกวัน แค่เราเปิดใจรับ ชีวิตเราจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อได้นะครับ

ท็อป: นอกจากเล่นหนังเรื่องนี้แล้ว ยังโปรเจ็คอื่นๆ อีกมั้ย
นิชคุณ : อาทิตย์หน้ามีคอนเสิร์ตทัวร์ที่ญี่ปุ่นครับ แล้วก็จะมีออกอัลบั้มที่ญี่ปุ่นเหมือนกันแล้วก็มีออกอัลบั้มที่เกาหลีน่าจะภายในปีนี้ ก็ขอให้ทุกคนติดตามกันด้วยนะครับ

ท็อป : หนังเรื่องแรกกดดันมั้ย เพราะคนดูอาจคาดหวัง
นิชคุณ : กดดันมากครับ เพราะผมกลัวจะแพ้หนังเรื่องอื่นของ GTH (หัวเราะ) พยายามทำจะสถิติให้ได้เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ห่วงเท่าไร เพราะยังมีอีก 2 เรื่องที่คอยช่วยอยู่ เรื่องของ พี่คริส พี่ซันนี่ อีกเรื่องของน้องเก้า และ ปันปัน ความกดดันเลยลดลง ก็แค่คาดหวังว่าคนดูจะชอบครับ

ท็อป : อยากให้พี่คุณพูดถึงมุมมองของความรักในเรื่องนี้
นิชคุณ : ความรักของเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า ความรักของคนเรา ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องหวังอะไรจากกันและกัน แค่อยู่ข้างๆกัน เป็นเพื่อนกัน คอยสนับสนุนกันคอยเป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจให้กันและกัน แค่นั้นมันก็เป็นความรักได้ครับ

ท็อป : หนังเรื่องนี้เป็นหนังภาคภูมิใจที่สุดมั้ย เพราะว่าได้กลับมาเมืองไทยแล้วก็เห็นว่าได้อยู่เมืองไทยนานที่สุดในรอบ 4-5 ปี
นิชคุณ : เป็นหนังที่ผมภาคภูมิใจมากครับ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมอยู่เมืองไทยได้ยาวนาน 20 วัน เป็นครั้งแรกในเวลา 4-5ปี ที่ได้กลับมาเมืองไทยยาวๆขนาดนี้ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก แล้วผมก็จะรอดูผลของหนังเรื่องนี้อยู่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร พี่เก้งให้ผมได้ดูหนังบ้าง เพราะต้องมาอัดเสียงเพิ่ม เท่าที่ได้ดูเป็นหนังที่น่าดูมาก หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ

ท็อป : สุดท้ายอยากให้ฝากหนังเรื่องนี้ รัก 7 ปี ดี 7 หน
นิชคุณ : ผมขอฝากหนังเรื่องนี้ รัก 7 ปี ดี 7 หน กับแฟนๆ ชาวหนังของ GTH แล้วก็แฟนๆของผมด้วยนะครับ รัก 7 ปี ดี 7 หน เป็นหนังรัก 3 เรื่อง ของ 3 ผู้กำกับ ซึ่งทั้ง 3 ตอนเป็นอะไรที่น่าดูมาก ทุกตอนกล่าวถึงความรักในแต่ละช่วงอายุ ก็อยากให้ทุกคนมาดูกัน และ ก็หวังว่าทุกคนจะได้ข้อคิดดีๆจากหนังเรื่องนี้ไป และก็ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง


รัก 7 ปี ดี 7 หน หนังรัก 3 เรื่อง 3 ผู้กำกับ กำหนดฉาย 26 กรกฎาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Madagascar 3 Europe’s Most Wanted – มาดากัสการ์ 3 ข้ามป่าไปซ่าส์ยุโรป

ชื่อภาพยนตร์ Madagascar 3 Europe’sมาดากัสการ์ 3 ข้ามป่าไปซ่าส์ยุโรป Most Wanted
ชื่อไทย มาดากัสการ์ 3 ข้ามป่าไปซ่าส์ยุโรป
วันที่เข้าฉาย 7 มิถุนายน 2555
จัดจำหน่าย บริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์)
เว็บไซต์ www.madagascarmovie.com

ทีมพากย์
เบน สติลเลอร์ (Ben Stiller) ให้เสียงพากย์เป็น สิงโตอเล็กซ์
ให้เสียงพากย์ไทยโดย วุธ อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร
คริส ร็อค (Chris Rock) ให้เสียงพากย์เป็น ม้าลายมาร์ตี้
ให้เสียงพากย์ไทยโดย ดีเจโบ ธนากร ชินกูล
เดวิด ชวิมเมอร์ (David Schwimmer) ให้เสียงพากย์เป็น ยีราฟเมลแมน
ให้เสียงพากย์ไทยโดย บ๊วย เชษฐวุฒิ วัชรคุณ
เจด้า พินเก็ตต์ สมิธ (Jada Pinkett Smith) ให้เสียงพากย์เป็น ฮิปโปสาวกลอเรีย
ให้เสียงพากย์ไทยโดย บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
ฟรานซิส แม็คดอร์มานด์(Frances McDormand) ให้เสียงพากย์เป็น “ดูบัวร์”ตำรวจเหล็ก
ให้เสียงพากย์ไทยโดย ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ พงศ์สุชาติ
ไบรอัน แครนสตัน (Bryan Cranston) ให้เสียงพากย์เป็น วิทาลี
เจสสิก้า แชสเทน (Jessica Chastain) ให้เสียงพากย์เป็น เกีย
มาร์ติน ชอร์ต (Martin Short) ให้เสียงพากย์เป็น สเตฟาโน

ทีมผู้สร้าง
อีริค ดาร์เนล (Eric Darnell) –ผู้กำกับ/บทภาพยนตร์
ทอม แม็คกราธ (Tom McGrath) –ผู้กำกับ/สคิปเปอร์
คอนราด เวอร์นอน (Conrad Vernon) -ผู้กำกับ/ลิงเมสัน)
มิเรลล์ โซเรีย (Mireille Sora) -ผู้อำนวยการสร้าง
มาร์ค สวิฟท์ (MarkSwift) -ผู้อำนวยการสร้าง
โนอาห์ บอมบัค (Noah Baumbach) -บทภาพยนตร์

ข้อมูลงานสร้าง
หนทางกลับบ้านช่างยาวไกลซะเหลือเกิน…
ในภาคสามของแฟรนไชส์รายได้พันล้านเหรียญ Madagascar อเล็กซ์ (เบน สติลเลอร์), มาร์ตี้ (คริส ร็อค), กลอเรีย (จาดา พิงเก็ตต์ สมิธ) และเมลแมน (เดวิด ชวิมเมอร์) ตั้งใจที่จะกลับไปเหยียบสวนสัตว์เซ็นทรัล ปาร์คในนิวยอร์ก ซิตี้ให้ได้ หลังจากโบกมือลาแอฟริกา พวกเขาก็ออกนอกเส้นทางไปเกยตื้นในยุโรป เพื่อตามล่าตัวเพนกวินและฝูงลิงที่สามารถบุกคาสิโนในมอนติ คาร์โลได้สำเร็จ ไม่นานนัก พวกเขาก็โดนพบตัวโดยเจ้าหน้าที่หน่วยกักกันสัตว์ชาวฝรั่งเศส สารวัตร ฌองทัล ดูบัวส์ (ฟรานซิส แม็คดอร์มานด์) ผู้ไม่ปลื้มกับการที่สัตว์จากสวนสัตว์มาเพ่นพ่านในเมืองของเธอและตื่นเต้นกับความคิดในการได้ล่าสิงโตตัวแรกของเธอ! แก็งค์สวนสัตว์ได้พบการอำพรางตัวที่ดีที่สุดด้วยการแฝงตัวเป็นคณะละครสัตว์เร่ ที่ซึ่งพวกเขาวางแผนการที่จะแปลงโฉมมันเสียใหม่ ค้นพบนักแสดงหน้าใหม่และมีชีวิตรอดกลับไปนิวยอร์กได้อย่างปลอดภัย

เป็นครั้งแรกที่บรรดาแก็งค์สวนสัตว์จาก Madagascar จะได้โลดแล่น หลบซ่อนตัวในฝูงละครสัตว์ แสดงกายกรรมท้ามฤตยูและผูกสัมพันธ์ใหม่ๆ ในรูปแบบ 3D

ดรีมเวิร์คส์ อนิเมชัน เอสเคจี ภูมิใจเสนอ Madagascar 3: Europe’s Most Wanted ผลงานการสร้างโดยพีดีไอ/ดรีมเวิร์คส์ โปรดักชัน พากย์เสียงโดยเบน สติลเลอร์, คริส ร็อค, เดวิด ชวิมเมอร์, จาดา พิงเก็ตต์ สมิธ, ซาชา บารอน โคเฮน, เซดริค เดอะ เอนเตอร์เทนเนอร์, แอนดี้ ริชเตอร์, ฟรานซิส แม็คดอร์มานด์, เจสสิก้า แชสเทน, ไบรอัน แครนสตันและมาร์ติน ชอร์ต ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยอีริค ดาร์เนลและทอม แม็คกราธ ผู้กำกับสองภาคแรกของแฟรนไชส์ ซึ่งทำรายได้กว่าหนึ่งพันล้านเหรียญในบ็อกซ์ออฟฟิศ และในครั้งนี้ พวกเขาก็ได้ร่วมงานกับผู้กำกับคอนราด เวอร์นอน (Shrek 2, Monsters vs. Aliens) บทภาพยนตร์โดยอีริค ดาร์เนลและโนอาห์ บอมบัค (Fantastic Mr. Fox, Greenberg) อำนวยการสร้างโดยมิเรลล์ โซเรีย (Madagascar 2) และมาร์ค สวิฟท์ (Madagascar 2) ดนตรีโดยฮันส์ ซิมเมอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจัดเรต PG

ชมรูปทั้ง 15 รูปได้ตามลิงค์นี้ครับ

http://www.facebook.com/okmovies

ข้อมูลภาษาไทยโดยละเอียด 32 หน้า คลิกที่นี่
English Production Notes: Click here

“ฟลอเรนซ์” สวมลุคสาวสุดไฮใน “ทัช แมกกาซีน”

“TOUCH Magazine” (ทัช แมกกาซีน) ฉบับเดือนพฤษภาคมนี้ ชวนคุณสัมผัสความชิคแอนด์แกลมทุกองศากับหน้าปกและแฟชั่นเซ็ตสุดเซ็กซี่ในคอนเซ็ปท์ “Food” (ฟู้ด) ถ่ายทอดโดยนางแบบลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศสที่หายหน้าหายตาไปทำงานในระดับอินเตอร์มาเสียนาน “ฟลอเรนซ์-วนิดา เฟเวอร์” ที่บ่นอุบคิดถึงวงการแฟชั่นไทย เลยได้โอกาสมาถ่ายแฟชั่นขึ้นปก พร้อมโพสท่าเจ็บร้อนกับพร็อพอาหารที่จัดมาแบบเต็มพิกัด

นอกจากแฟชั่นเซ็ตสวยๆ แบบสุดไฮแล้ว ‘ฟลอเรนซ์’ ยังแอบเผยเคล็ดลับการเป็นสาวหุ่นดีที่รักการทานแบบไม่ยั้ง แต่ยังสามารถรักษาหุ่นให้เฟิร์มและสวยแบบนางแบบระดับโลกอีกด้วยว่า “ฟลอเรนซ์เชื่อว่าอย่าไปอดอาหาร เพราะถ้าเราเป็นคนชอบทานแล้วอดไปนานๆ พอกลับมาทานก็จะกลายเป็นยิ่งทานเยอะกว่าเก่า ฟลอเรนซ์คิดว่าเราทานได้แต่อย่าทานให้เยอะเกินไป จะมีเคล็ดลับคืออย่างเวลาทานข้าว พยายามจะทานอะไรที่เป็นโปรตีนก่อน จะได้อิ่มเร็ว หรือทานพวกสลัดจำพวกไฟเบอร์ก่อน แล้วค่อยทานของพวกมันๆ และของที่ทำให้อ้วนค่ะ”

พร้อมอ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวงมาตลอดระยะเวลา 43 ปี ครั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีรับสั่งให้ก่อตั้งโครงการขึ้น โดยท่านชายได้ทรงตรัสถึงความเป็นมาทั้งหมดของการก่อตั้งโครงการ โครงการหลวงในปัจจุบัน และทิศการของการขยายงานในอนาคต

ติดตามคอลัมน์ไลฟ์สไตล์แบบมีระดับกับ TOUCH Magazine ฉบับเดือนพฤษภาคมพร้อมกันวันนี้ ทุกแผงหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสามารถดาวน์โหลด ทัช ดิจิตอล แมกกาซีน แอพพลิเคชั่น ผ่านทาง App Store สำหรับไอโฟนและไอแพด และ Google Play สำหรับแอนดรอยด์ แท็บเล็ต พร้อมอัพเดตข้อมูลแบบ Better Sense Better TOUCH ได้ที่ www.touchdigitalmag.com และเฟซบุ๊ค หน้าเพจ TOUCH Magazine

ชมรูปทั้ง 14 รูปได้ตามลิงค์นี้ครับ
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.289548041136526.64932.136196926471639&type=1
จากเพจ www.facebook.com/okfunclub

มาแล้วตัวอย่างแรกจาก The Gangster Squad

ปล่อยกันมาอย่างเป็นทางการแล้ว กับภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องใหม่ของ Ryan Gosling และ Emma Stone กับภาพยนตร์เรื่อง The Gangster Squad จากผลงานการกำกับของ Ruben Fleischer ที่เคยฝากผลงานมาแล้วกับ Zombieland , 30:Minutes or Less

กับภาพยนตร์เรื่อง The Gangster Squad เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมือง ลอสแองเจอลิส ในปี ค.ศ. 1974 ในยุคที่กำลังมีอันธพาลครองเมือง มีการค้าสิ่งผิดกฎหมายมากมาย ใครหละที่จะมาปราบกลุ่มอันธพาลพวกนี้ และจะกำราบปราบได้สำเร็จหรือไม่ ตามลุ้นกันต่อไป

The Gangster Squad จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประมาณปลายปี 2012 นักแสดงนำคือ Sean Penn , Josh Brolin , Ryan Gosling, Giovanni Ribisi, Michael Peña , Anthony Mackie, Holt McCallany , Emma Stone กำกับโดย Ruben Fleischer .

ดูตัวอย่างแรก The Gangster squad

ทีเซอร์โปสเตอร์และตัวอย่างแรกหนังเรื่อง Argo

Wanner Bros. ได้ปล่อยตัวอย่างและทีเซอร์โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Argo เป็นครั้งแรก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 11 ตุลาคมนี้ โดยมี Ben Affleck เป็นดารานำแสดงและกำกับภาพยนตร์ในเรื่องนี้ด้วย หนังเรื่องนี้อ้างอิงมากจากเรื่องจริงของ 6 ตัวประกันชาวอเมริกันที่โดนพวกอิหร่านจับตัวไปเพื่อที่จะนำพวกเขาเหล่านั้นไปถ่ายทำหนังปลอมๆ.

กับภาพยนตร์เรื่อง Argo ทางค่าย Wanner Bros. Pictures’ และ GK Films ได้นำเค้าโครงของเรื่องจริง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการอยู่รอดหรือความตายที่แลกกับการรอดชีวิตของ 6 ตัวประกันชาวอเมริกันที่ถูกชาวอิหร่านจับตัวไป. เรื่องจริงนี้ไม่มีใครรู้มาเป็นทศวรรษแล้ว
Argo จะเข้าโรงฉายในประเทศไทยวันที่ 11 ตุลาคม 2012 นำแสดงโดย Alan Arkin, John Goodman, Ben Affleck, Bryan Cranston, Tate Donovan, Taylor Schilling, Nelson Franklin, Kerry Bishé.กำกับโดย Ben Affleck.

ดูหนังตัวอย่างแรกได้ที่ http://youtu.be/Fyxl00bPlbY

All Time Worldwide Update: May 13, 2012

สวัสดีเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 ครับ

ดิ อวเนเจอร์ส กลายเป็นหนังระดับพันล้าน(U.S.$) เรื่องที่ 12 ของโลกแล้ว ขณะนี้ตำแหน่งอยู่ที่อันดับ 11 รายได้แซง The Dark Knight โดยใช้เวลาเพียง 19 วันเท่านั้นเท่ากับอวตารและแฮรี่ 7.2 ภายในสุดสัปดาห์หน้าจะขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ตลอดกาลของโลก เป็นรองเพียง อวตาร ไททานิค และ แฮรี่ 7.2 รายได้ปิดโปรแกรมอย่างน้อยๆ น่าจะใกล้เคียงไททานิคหรือไม่ก็อาจแซงได้ ส่วนไททานิค อดีตแชมป์ตลอดกาลมา 12 ปีก่อนที่จะมีอวตาร ขณะนี้ เป็นหนังทำเงินเกิน 2 พันล้าน เรื่องที่สองของโลกแล้ว

The Avengers เป็นหนังดิสนีย์เรื่องที่ 5 ที่ทำเงินได้เกิน 1000 ล้านเหรียญ U.S ทั่วโลก ไม่มีสตูดิโอใดอีกที่มีหนังพันล้านเกินสองเรื่อง ขณะนี้หนังพันล้านมีทั้งหมด 12 เรื่อง (ดูชาร์ทจาก www.boxofficemojo.com ประกอบนะครับ)

Test Flash

เก้า – จิรายุ นำทัพ แฟนคลับ ร่วมมีท แอนด์ กรี๊ด วินาทีสำคัญ

ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับกิจกรรมสุดซ่าที่ทาง จีทีเอช ร่วมกับ เป๊ปซี่, สนามหลวง และ *123แกรมมี่ได้หมดเลย ได้จัดกิจกรรมดีๆ มีทแอนด์ กรี๊ด “ วินาทีสำคัญ กับ เก้า จิรายุ” กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ได้มีโอกาสร่วมใกล้ชิดแบบสุด ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณที่มีผู้เข้าชมมินิซีรีย์เพลง “วินาทีเดียวเท่านั้น” ของผู้กำกับ ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร จำนวนนับล้านวิว งานนี้แฟนคลับกว่า 100 ชีวิตต่างพกกำลังใจ และเสียงกรี๊ดมอบเป็นของขวัญให้ “เก้า-จิรายุ” พระเอกของงานถึงห้องออดิทอเรียม ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

ท๊อป – ณภัทร โชคจินดาชัย เพื่อนซี้แกงค์ซัคซี้ด อาสาเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวพระเอกหนุ่ม สุดหล่อ เก้า – จิรายุ ละอองมณี พร้อมคู่รักในจอ แนท – ณัฐชา นวลแจ่ม จากภาพยนตร์เรื่อง SUCKSEED ห่วยขั้นเทพ พร้อมผู้กำกับมินิซีรี่ย์ ต้น – นิธิวัฒน์ ธราธร ร่วมชมมินิซีรีย์ วินาทีเดียว แบบมาราธอน 3 ตอนรวด

งานนี้ นอกจากจะเรียกเสียงกรี๊ดตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดตัว ยังสามารถบีบน้ำตาจากบรรดาแฟนคลับอีกด้วย เหล่าบรรดาแฟน ๆ ยังได้มีโอกาสร่วมฟังการเปิดใจถึงการร่วมงานกันอีกครั้งของคู่พระนาง พร้อมพูดคุยถึงเบื้องหลังในการถ่ายทำ ก่อนที่เก้า – จิรายุ จะฝากเสียงร้องแบบสด ๆ พร้อมชม MV วินาทีเดียว เวอร์ชั่นพิเศษที่ไม่เคยหาชมได้ที่ไหนมาก่อน พร้อมกันนี้แฟน ๆ ยังได้ร่วมถ่ายรูปพร้อมรับดีวีดีมินิซีรี่ย์จากมือพระเอกหนุ่มและเจ้าของเสียงร้อง เพลง วินาทีเดียว เก้า – จิรายุ ละอองมณี แบบถึงเนื้อถึงตัว เรียกว่าเป็นงานที่สุดแสนประทับใจ

ชมรูปทั้งหมดได้ที่นี่ครับ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.294771257276678.76000.161642517256220&type=1

Soundgarden ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุด “Live to Rise” ประกอบหนังซูเปอร์ฮีโร่สุดฮิต “The Avengers”

ปล่อยมิวสิควีดิโอไปแล้วทั่วโลกเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา กับซิงเกิลใหม่ล่าสุดของวงร็อคระดับเทพ ซาวด์การ์เดน (Soundgarden) ที่ใช้ประกอบภาพยนตรืรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่สุดยิ่งใหญ่แห่งปีอย่าง ดิ อเวนเจอร์ส (The Avengers)


Live To Rise คือเพลงที่แต่งขึ้นและใช้ในภาพยนตร์ “ดิ อเวนเจอร์ส” คือซิงเกิลแรกจากอัลบั้มซาวด์แทรก “อเวนเจอร์ส แอสเซมเบิล” โดย มาร์เวล มิวสิค/ฮอลลีวูด เรคคอร์ดส์


มิวสิควีดิโอกกำกับโดย โรเบิร์ต เฮลส์ (Robert Hales) ที่เคยกำกับมิวสิควีดิโอให้กับวงดนตรีและนักร้องดังๆอย่าง “เรด ฮอท ชิลลี่ เปปเปอร์ส, เจเน็ต แจ็คสัน, คิงส์ ออฟ ลีออน, และ จัสติน ทิเบอร์เลค มาแล้ว

ชมมิวสิควีดิโอ Live To Rise ได้ที่

http://www.vevo.com/watch/soundgarden/live-to-rise-from-marvels-the-avengers/USH5V1221447
http://www.youtube.com/watch?v=D3ZNtOcY_1A

เกร็ดน่ารู้ ศิลปะแห่งดวงดาว ศิลปะแห่ง Prometheus

เมื่อลูกเรือของยานโพรมีธีอุสลงจอดที่ดาวเอเลี่ยน ประเด็นสำคัญของคณะผู้เดินทาง คือพวกเขาได้พบกับบรรยากาศที่ไม่เหมาะจะพำนักอาศัย มีสภาพแห้งแล้ง และมีสิ่งประหลาดจากต่างแดนอันน่าประหลาดขนาดยักษ์ ผู้กำกับริดลีย์ สก็อตต์สร้างความเชื่อมั่นว่ามันจะไม่ดูเหมือนสิ่งที่เราเคยเห็นมาก่อนในหนังไซไฟ และการสร้างได้เดินทางยาวไกลเพื่อไปถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ห่างไกลที่เหล่านักแสดง ทีมงาน และอุปกรณ์ต่างๆ ต้องส่งผ่านไปทางเครื่องบิน

มีการเปิดเผยว่าสถานที่ใน Icelandic ไม่ใช่ตัวเลือกข้อแรก “เรามีการวางแผนว่าจะถ่ายทำที่มอร็อคโค” อาเธอร์ แม็กซ์ ผู้ออกแบบฉากเปิดเผย “แต่ด้วยความวุ่นวายทางการเมืองแห่งภูมิภาคทั้งหมดที่แอฟริกาเหนือ เราจึงไม่สามารถทำได้ เราใช้เวลาหาสถานที่อยู่หลายเดือนร่วมกับทุกคน ค้นหาสถานที่ทั้งหมดของพวกเราและทำการทบทวนใหม่อีกครั้ง”

การเปลี่ยนแปลงหมายถึงความงดงามที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิงของภาพลักษณ์ดวงดาว – ทะเลทรายของมอร็อคโคถูกแทนที่โดยสถานที่ซึ่งมีก้อนน้ำแข็งอันเหน็บหนาวของไอซ์แลนด์ “ครั้งแรกที่เราสำรวจสถานที่ในไอซ์แลนด์เป็นช่วงหน้าหนาวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศา และมองไม่เห็นอะไรเลย” แม็กซ์จดจำได้ “แต่ขอบคุณพระเจ้าที่เราได้สำรวจสถานที่ไว้ก่อนหน้าแล้ว พอเรากลับไปเราได้กำหนดสถานที่ต่างๆ และพาริดลีย์ไปที่นั่น ซึ่งเขาชอบสถานที่เหล่านั้นด้วย”

นอกจากการใช้สถานที่ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์แล้ว การสร้างภาพยนตร์ได้ใช้โรงถ่าย 007 ใน Pinewood Studios ที่ชานเมืองลอนดอน ด้วยความยาว 374 ฟีตที่นั่นจึงเป็นโรงถ่ายที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเล่ากันว่ามีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 59,000 ตารางฟุต ซึ่งสำหรับภาพยนตร์เรื่อง PROMETHEUS แล้วมันก็ถือว่ายังไม่ใหญ่มากพอ

การผลิตเริ่มขึ้นที่โรงถ่ายที่อยู่หลังฉาก มีการสร้างโรงเก็บพัสดุของโพรมีธีอุสและจำลองพื้นผิวของดวงดาวขนาดเล็กขึ้นมา พื้นที่ล้นออกมาเพื่อต่อเติมโครงสร้างที่จะบรรจุพีระมิดเอเลี่ยนสำหรับฉากภายใน ก่อนที่จะเชื่อมต่อเข้ากับพื้นที่หลักภายในโรงถ่าย 007 ในท้ายที่สุด

“มันไม่เคยยิ่งใหญ่มากพอ” สก็อตต์ถอนหายใจ “ผมเคยใช้สถานที่ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้วในเรื่อง LEGEND และผมก็เผามันวอดวาย จนตอนนั้นผมก็คิดว่า ‘แย่ละ มันยาวไม่พอ’”

ท้ายที่สุดการสร้างต้องเพิ่มความยาวให้โรงถ่ายอีก 150 ฟีต “เมื่อเรามองจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง ผมรู้ดีว่ามันมีขนาดใหญ่ไม่พอสำหรับฉากนี้” สก็อตต์กล่าว “ผมเกลียดการทำงานร่วมกับกรีนสกรีน ผมชอบให้เหล่านักแสดงมีพื้นที่หน้าเวทีและได้เห็นว่าพวกเขากำลังทำอะไร; ได้เห็นสถานที่เกิดเหตุที่พวกเขายืนอยู่ มันเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง การทำงานกับพวกบลูสกรีนแล้วสั่งว่า ‘สัตว์ประหลาดกำลังวิ่งไล่ตรงทางเดิน!’ มันน่าเบื่อมากจริงๆ”

“ขนาดมีความหมายว่าเราสามารถสร้างฉากการสำรวจที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่ในนั้นได้” แม็กซ์อธิบาย “เรามีเครือข่ายของอุโมงค์ขนาด 250 ฟีต ห้องโถงขนาด 150 ฟีต และประตูที่สูงขนาด 25 ฟีตอยู่ที่นั่น”

สำหรับไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ ความใส่ใจเรื่องรายละเอียดในการออกแบบฉากพื้นผิวดวงดาวของสก็อตต์ไม่เป็นสองรองเรื่องอื่นเลย “คุณเข้าไปที่โรงถ่าย 007 หรือยัง?” เขาอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ “คุณต้องไปดูอุโมงค์อวกาศ มันเหมือนอย่างที่ผมเรียกเลย!”

ฉากที่มีความสมจริงทำให้งานของเขาในฐานะของนักแสดงง่ายขึ้น เขาอธิบายว่า “ความสุดยอดของริดลีย์อยู่ที่เขาจะทำบางอย่างกับการวางแผนงานหากมันได้ผลดี และยึดกรีนสกรีนไว้ตรงมุม เขารู้เรื่องเทคโนโลยีแต่จุดสำคัญของเขาอยู่ที่เขามีสัญชาตญาณ แม้แต่เรื่องเทคโนโลยีในหนัง คุณก็จะรู้สึกว่า ‘ทุกอย่างช่างดูสมจริง ‘”

การเห็นฉากได้รอบ 360 องศาเป็นสิ่งที่สำคัญ เขาให้เหตุผลว่า “การมีสิ่งเหล่านี้อยู่รายล้อมเรามันมีส่วนช่วยอย่างไม่ต้องสงสัยเลย มันเหมือนกับการสวมเครื่องแต่งกาย หรือหากเราแสดงหนังพีเรียด การได้รายล้อมไปด้วยข้าวของที่พวกเขาใช้กันในยุคนั้น ทุกอย่างมีส่วนช่วยให้เราเข้าถึงระดับตัวละครได้ดีขึ้น หากไม่มีเราก็ต้องสร้างมันขึ้นมาเอง เพียงแต่ต้องใช้พื้นที่เล็กน้อยเพื่อให้เราทำงานได้”

อาร์เธอร์ แม็กซ์ เล่าว่าเขากับริดลีย์ สก็อตต์ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันมานานหลายปีในภาพยนตร์ เรื่อง GLADIATOR, KINGDOM OF HEAVEN และ BLACK HAWK DOWN ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้มีความสมจริงมากกว่าใช้เทคนิค CGI “ผมคิดว่าความสมดุลเป็นกุญแจบอกว่าเราควรสร้างเยอะแค่ไหน” เขากล่าว “เราต้องมีแนวโน้มพื้นฐานและเวลาที่เราคุยกับฝ่ายวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ เขาจะบอกเราว่าพวกเขาต้องการวัสดุอ้างอิงที่มากพอเพื่อสร้างผลงาน ตรงจุดนี้มีความยากเป็นพิเศษเพราะแทบทุกฉากจะมีองค์ประกอบที่มาจากการมองเห็น และทุกอย่างสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เราไม่อาจเข้าไปที่โรงถ่ายหรือฉากที่เป็นบ้านได้”

จุดสำคัญของฉากเอเลี่ยนที่ Pinewood คือหัวขนาดยักษ์ที่มีความสูง 32 ฟีต ซึ่งมองเห็นได้ในโปสเตอร์ของภาพยนตร์ มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมจริงโดยทีมงานของอาร์เธอรร์ แม็กซ์ “ไอเดียตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านการกำหนดโครงสร้าง” แม็กซ์เล่าถึงเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนที่เป็นจุดสำคัญของเรื่องราว “เผ่าพันธุ์ของผู้มาเยือนระหว่างดาวเคราะห์ทำให้เรามีการพัฒนาทั้งด้านจิตใจและทางร่างกายมานานกว่าพันปี”

การสร้าง “เนินพีระมิด” แม็กซ์อธิบายว่ามีลักษณะที่บรรยายเอาไว้ว่าเป็นพีระมิดในบทภาพยนตร์ แต่ความคิดขั้นสุดท้ายแตกต่างออกไปนิดหน่อย มีคำอธิบายที่ค่อนข้างขัดแย้ง – ใช้เวลา 16 สัปดาห์ในการสร้างให้เสร็จสมบูรณ์โดยผู้ชำนาญที่มากกว่า 200 คน

ในการพยายามทำความเข้าใจความเชื่อมโยงของโพรมีธีอุสกับเอเลี่ยน เอช.อาร์.ไกเกอร์ได้ออกแบบสัตว์เลื้อยคลาน โครงกระดูก และลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอเลี่ยน Xenomorph แม็กซ์เล่าว่าเขาได้รับคำสั่งจากสก็อตต์มาอย่างชัดเจน “ริดลีย์บอกว่า ‘ผมไม่อยากให้มันดูแบบไกเกอร์จนเกินไป แต่ก็ไม่อยากให้โยนทิ้งมันไปเลยเหมือนกัน”

แผนกศิลป์สังเกตจากผลงานการออกแบบของไกเกอร์ที่สร้างไว้ในภาพยนตร์เรื่อง ALIEN ภาคแรกในรูปแบบของแฟ้มที่ถูกจัดเก็บไว้ ซึ่งกู้มาจาก Motion Picture Academy Library และจากการสะสมโดยส่วนตัวของผู้ที่เคยร่วมงานในภาพยนตร์ภาคแรก ริดลีย์ยังแสดงผลงานของแนวภาพยนตร์ที่สมบูรณ์ที่สุดใเห็นอีกด้วย “เขารวบรวมการค้นคว้าหลายอย่างที่อิงมาจากภาพยนตร์ต้นฉบับและซีรี่ส์ทั้งหมด” แม็กซ์จดจำได้ “เราดูหนังเหล่านั้นทั้งหมด ริดลีย์ฉาย ALIEN และ BLADE RUNNER รวมถึงหนังอีกหลายเรื่องที่มีคำว่า ‘STAR’ อยู่ในชื่อเรื่อง มันมีอยู่สามเรื่อง ผมจะให้คุณจินตนาการว่าเป็นเรื่องไหน!”

การดูวัสดุที่ใช้อ้างอิงเป็นการพบสิ่งที่ห้ามทำหลายอย่าง “เราไม่อยากสร้างให้เหมือนกับหนังเหล่านั้นเลยสักเรื่อง” แม็กซ์อธิบาย “เราอยากให้มีความแปลกใหม่ เพราะผมเกลียดการยอมรับสภาพ ไม่อย่างนั้นมันทำให้เราล้าสมัย เราเลือกที่จะสร้างให้มันเกี่ยวข้องกับชีววิทยาน้อยลงในด้านลักษณะของดาวเอเลี่ยน และให้มีความเป็นเครื่องจักรมากขึ้น”

แม็กซ์กล่าวสรุปถึงหัวใจหลักของความท้าทายเรื่องสภาพแวดล้อมจากต่างดาวว่า “คนที่อาศัยอยู่ในดาวดวงนี้เรียกว่าผู้สร้าง และเทคโนโลยีของพวกเขาก้าวล้ำกว่าสิ่งที่เรารู้จักหรือเข้าใจได้ แต่มันต้องมีลักษณะที่น่าสนใจด้วย ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นความท้าทายที่ยากมากเหมือนกัน เพราะเราต้องแข่งกับสัตว์ประหลาดที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังไซไฟตลอดกาล การพยายามสร้างบางอย่างขึ้นมาเพื่อให้เหนือกว่าคือความสำคัญที่แท้จริง”


Prometheus – โพรมีธีอุส เข้าฉายในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ นำแสดงโดย นูมี ราเพซ , ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ , แพททริค วิลสัน , ไอดริส เอลบา และ ชาร์ลิซ เธอรอน กำกับภาพยนตร์โดย ริดลีย์ สก็อตต์ และมาร่วมอัพเดทข้อมูล Prometheus – โพรมีธีอุส ก่อนใครได้ที่ https://apps.facebook.com/starmap_th/


Powered by WordPress | Designed by: Download Free WordPress Themes | Thanks to Best WordPress Themes, Free WP Themes and All Premium Themes